> ## Knowledge Base Index
> Fetch the complete knowledge base index at: https://help.bentoweb.com/sitemap.xml
> Use this file to discover available pages before exploring further.
> Pure-Markdown content can be obtained by appending a '.md' suffix to the content URLs listed in the sitemap (without the trailing slash).

# บังคับให้กรอกตำแหน่ง GPS: ตั้งค่าให้ร้านค้าระบุพิกัดอย่างแม่นยำด้วย Google Maps API Key

![](https://storage.crisp.chat/users/helpdesk/website/-/1/4/e/7/14e70c59388c7000/image_rtz3f7.png)

###### ฟีเจอร์ “บังคับให้กรอกตำแหน่ง GPS” ช่วยให้ร้านค้าสามารถเก็บตำแหน่งพิกัดจากลูกค้าหรือแอดมินได้อย่างแม่นยำ โดยเฉพาะสำหรับร้านที่ต้องใช้ระบบขนส่งแบบเรียลไทม์ เช่น Lalamove, Deliveree หรือระบบขนส่งภายในของบริษัทเอง  

###### เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและเสถียรภาพในการใช้งาน BentoWeb จะให้ร้านค้าตั้งค่า **Google Maps API Key** ของตนเองก่อนเปิดใช้ฟีเจอร์นี้

---

## ทำไมเราอยากให้คุณสนใจ

### 💼 ประโยชน์ต่อร้านค้า
* ป้องกันข้อมูลพิกัดผิดพลาด ทำให้ขนส่งไปยังจุดหมายได้ถูกต้อง  
* รองรับการใช้งานร่วมกับระบบขนส่งที่ต้องการพิกัด GPS โดยตรง  
* เพิ่มความปลอดภัย ไม่ต้องพึ่ง API Key ส่วนกลางของ BentoWeb  
* สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายและตรวจสอบการใช้งานจากบัญชี Google ของคุณเอง

### 🧭 ประโยชน์ต่อลูกค้า
* ลูกค้าสามารถปักหมุดตำแหน่งจัดส่งได้ง่ายและแม่นยำ  
* ลดโอกาสที่ขนส่งมาผิดที่ หรือจัดส่งล่าช้า  
* ช่วยให้ประสบการณ์การสั่งซื้อราบรื่นยิ่งขึ้น

---

## ทำไมคุณควรเริ่มเปิดใช้ฟีเจอร์ตอนนี้

ตั้งแต่เดือน ตุลาคม 2025 เป็นต้นไป BentoWeb จะเปิดใช้งานฟีเจอร์ “บังคับให้กรอกตำแหน่ง GPS” เฉพาะร้านค้าที่ได้เพิ่ม Google Maps API Key แล้วเท่านั้น  
การตั้งค่าล่วงหน้าจะช่วยให้ร้านของคุณพร้อมใช้งานอย่างต่อเนื่องโดยไม่กระทบต่อขั้นตอนสั่งซื้อหรือการจัดส่ง

---

## Step by Step: วิธีตั้งค่า Google Maps API Key และเปิดใช้ฟีเจอร์

${frame}[](https://www.loom.com/embed/59b725214f414a078d43bdd3a2387e10)

### 🔹 ขั้นตอนที่ 1: สร้าง Project ใหม่ (Create New Project)

1. เข้าสู่ระบบ **Google Cloud Console** ที่ [https://console.cloud.google.com/](https://console.cloud.google.com/)  
![](https://storage.crisp.chat/users/helpdesk/website/-/1/4/e/7/14e70c59388c7000/01-23_115o19x.png)

2. คลิกเมนูด้านบนขวา (โลโก้ Project) > **New Project** 
![](https://storage.crisp.chat/users/helpdesk/website/-/1/4/e/7/14e70c59388c7000/02-23_1jxfg5t.png)
 
3. ตั้งชื่อ Project และกด **Create**  
![](https://storage.crisp.chat/users/helpdesk/website/-/1/4/e/7/14e70c59388c7000/03-21_qnugzv.png)

---

### 🔹 ขั้นตอนที่ 2: เปิดใช้งานบริการที่จำเป็น (Enable APIs & Services)

1. ไปที่เมนู **APIs & Services > Enabled APIs & services**  
![](https://storage.crisp.chat/users/helpdesk/website/-/1/4/e/7/14e70c59388c7000/05-17_ha1omn.png)

2. คลิกปุ่ม **+ ENABLE APIS & SERVICES** ที่ด้านบน 
![](https://storage.crisp.chat/users/helpdesk/website/-/1/4/e/7/14e70c59388c7000/06-19_cgakuz.png)

3. ค้นหาและเปิดใช้งาน API ต่อไปนี้:  
* **Maps JavaScript API** → คลิก **Enable**  
* **Places API** → คลิก **Enable**
* **Places API (New) → คลิก Enable**
* **Maps Embed API → คลิก Enable**

![](https://storage.crisp.chat/users/helpdesk/website/-/1/4/e/7/14e70c59388c7000/07-14_cmuf85.png)
![](https://storage.crisp.chat/users/helpdesk/website/-/1/4/e/7/14e70c59388c7000/08-14_1axf162.png)
![](https://storage.crisp.chat/users/helpdesk/website/-/1/4/e/7/14e70c59388c7000/09-7_11th86a.png)
![](https://storage.crisp.chat/users/helpdesk/website/-/1/4/e/7/14e70c59388c7000/10-12_1wcgbep.png)

> 💡 **หมายเหตุ:** ฟีเจอร์ “บังคับให้กรอกตำแหน่ง GPS” ต้องใช้ทั้งสอง API เพื่อให้ระบบสามารถแสดงแผนที่และให้ลูกค้าปักหมุดตำแหน่งได้อย่างถูกต้อง

> 💡 **แนะนำเพิ่มเติม:**  เพื่อความปลอดภัย ควรจำกัดการใช้งาน API Key ของคุณเฉพาะโดเมนร้าน 
>
> หากคุณใช้โดเมน yourstore.com คุณควรตั้งการจำกัดเป็น `*.yourstore.com/*`
>   
> หากคุณใช้ Sub domain ของ BentoWeb เช่น https://yourstore.bentoweb.com/ คุณควรตั้งการจำกัดเป็น `yourstore.bentoweb.com/*`
>
---

### 🔹 ขั้นตอนที่ 3: ตั้งค่าความปลอดภัยของ API Key (Configure Key Restriction)

1. ไปที่เมนู **APIs & Services > Credentials**  
![](https://storage.crisp.chat/users/helpdesk/website/-/1/4/e/7/14e70c59388c7000/12-6_1cef46h.png)

2. ทำการแก้ไข API Key ที่ระบบสร้างให้อัตโนมัติ โดยกด ไปที่ **Edit API Key**
![](https://storage.crisp.chat/users/helpdesk/website/-/1/4/e/7/14e70c59388c7000/13-4_11bne7j.png)

3. ในส่วน **API restriction** ให้ทำเครื่องหมายที่ **Maps Javascript API** และ **Places API**  
![](https://storage.crisp.chat/users/helpdesk/website/-/1/4/e/7/14e70c59388c7000/14-3_at9gkm.png)
![](https://storage.crisp.chat/users/helpdesk/website/-/1/4/e/7/14e70c59388c7000/15-2_1iq6i4w.png)

4. แล้วกด **Save**
![](https://storage.crisp.chat/users/helpdesk/website/-/1/4/e/7/14e70c59388c7000/16-3_ahvl34.png)

---

### 🔹 ขั้นตอนที่ 4: เปิด Billing Account (บัญชีเรียกเก็บเงิน)

เพื่อให้ Google Maps API สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง Google จะขอให้คุณเปิดบัญชีเรียกเก็บเงิน (Billing Account) สำหรับ Project ที่ใช้ API Key ของคุณ  

#### 1. ไปที่เมนู Billing  

ในหน้า **Google Cloud Console**  
เลือกเมนู **Billing** จากแถบด้านซ้าย  


#### 2. สร้าง Billing Account ใหม่  

หากคุณยังไม่มีบัญชีเรียกเก็บเงิน ให้คลิก  
**“Add billing account” → “Create billing account”**

* กรอกชื่อบัญชีและข้อมูลการติดต่อ  
* เลือกประเทศให้ตรงกับประเทศที่คุณเปิดใช้งานร้านค้า (เช่น Thailand)  
* ใส่ข้อมูลบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตที่สามารถใช้จ่ายออนไลน์ได้  

> ⚠️ **หมายเหตุสำหรับผู้ใช้งานในประเทศไทย:**  
> Google อาจแสดงข้อความ  
> “Your service requires a one-time prepayment of at least THB 400.00 to become active.”  
> นั่นหมายถึง Google ต้องการให้คุณชำระเงินล่วงหน้าอย่างน้อย 400 บาท เพื่อเปิดใช้งานบัญชี Billing  
> ยอดนี้ **ไม่ใช่ค่าธรรมเนียม** แต่จะถูกเพิ่มเป็นเครดิตในบัญชีของคุณ หลังจากชำระแล้ว บัญชีจะเปิดใช้งานภายในไม่กี่นาที

#### 3. เชื่อม Billing Account เข้ากับ Project  

หลังจากสร้าง Billing Account แล้ว:
1. ไปที่หน้า Project ของคุณ  
2. คลิกเมนู **“Link a billing account”**  
3. เลือกบัญชีที่เพิ่งสร้าง แล้วกด **Set Account**

#### ✅ ตรวจสอบเครดิตและโควตาฟรี

* Google Maps Platform มี **Free Usage Tier** สำหรับแต่ละ API ซึ่งให้ปริมาณการใช้งานฟรีในแต่ละเดือน  
* เช่น บริการ Maps JavaScript API และ Places API จะมีจำนวนครั้งการเรียกใช้งาน (API calls) ที่ฟรีต่อเดือน  
* เมื่อใช้งานครบโควตาฟรี ระบบจะเริ่มคิดค่าบริการตามอัตราที่ Google กำหนด  
* คุณสามารถดูโควตาฟรีและอัตราค่าบริการล่าสุดได้ที่  

  [Google Maps Platform Pricing Overview](https://mapsplatform.google.com/pricing/)

---

### 🔹 ขั้นตอนที่ 5: เพิ่ม API Key ใน BentoWeb

1. ไปที่ **ตั้งค่าร้านค้า > ข้อมูลร้าน > Plugin**  
2. วาง API Key ที่ช่อง **Google Maps API Key**  
![](https://storage.crisp.chat/users/helpdesk/website/-/1/4/e/7/14e70c59388c7000/17_1mle4ll.png)

3. กด **บันทึก**

---

### 🔹 ขั้นตอนที่ 6: เปิดใช้ฟีเจอร์ “บังคับให้กรอกตำแหน่ง GPS”

1. ไปที่ **ตั้งค่าร้านค้า > ข้อมูลร้าน > นโยบาย**  
2. ติ๊กที่ช่อง **บังคับให้กรอกตำแหน่ง GPS**  
3. หากยังไม่ได้เพิ่ม API Key ระบบจะแสดงข้อความ:  
> “เพื่อเปิดใช้ฟีเจอร์นี้ โปรดเพิ่ม Google Maps API Key ของคุณก่อน ในหน้า ตั้งค่าร้านค้า > ข้อมูลร้าน > Plugin”  
4. หลังจากเพิ่มแล้ว ระบบจะเปิดใช้งานได้ทันที  
![](https://storage.crisp.chat/users/helpdesk/website/-/1/4/e/7/14e70c59388c7000/18_spsep1.png)

---

## แนวปฏิบัติที่ดีที่สุด

* ตรวจสอบว่า API Key ของคุณถูกจำกัดการใช้งานเฉพาะโดเมนของร้าน (เช่น `https://www.yourstore.com/*`)  
* อย่าแชร์ API Key กับบุคคลอื่น  
* ตั้งค่า Budget Alert ใน Google Cloud Console เพื่อควบคุมค่าใช้จ่าย  
* หากร้านมีหลายโดเมน (เช่น .com และ .co.th) อย่าลืมเพิ่มทั้งคู่ในรายการอนุญาต (HTTP referrers)  
* ตรวจสอบปริมาณการใช้งาน API ของคุณในแต่ละเดือน เพื่อไม่ให้เกินโควตาฟรีโดยไม่ตั้งใจ

---

## คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

**Q: ถ้าไม่เพิ่ม API Key จะเกิดอะไรขึ้น?**  
A: ฟีเจอร์ “บังคับให้กรอกตำแหน่ง GPS” จะไม่สามารถเปิดใช้งานได้ จนกว่าจะเพิ่ม Google Maps API Key ในหน้า Plugin  

**Q: ใช้ API Key เดียวกับฟีเจอร์อื่นในเว็บได้ไหม?**  
A: ได้ คุณสามารถใช้ API Key เดียวกับระบบอื่นที่ใช้ Google Maps อยู่แล้ว เช่น หน้าร้านหรือระบบจัดส่งของคุณ  

**Q: มีค่าใช้จ่ายไหมถ้าใช้งานไม่เกินโควตาฟรี?**  
A: ไม่มีค่าใช้จ่ายตราบใดที่การใช้งานของคุณยังอยู่ภายใต้โควตาฟรีที่ Google กำหนดสำหรับแต่ละ API  

---

## ✅ เริ่มต้นเลยวันนี้

ตั้งค่า Google Maps API Key เพื่อให้ลูกค้าหรือแอดมินของคุณสามารถปักหมุดพิกัดได้แม่นยำ  

> ไปที่ **ตั้งค่าร้านค้า > ข้อมูลร้าน > Plugin** เพื่อเพิ่มคีย์ของคุณ
