> ## Knowledge Base Index
> Fetch the complete knowledge base index at: https://help.bentoweb.com/sitemap.xml
> Use this file to discover available pages before exploring further.
> Pure-Markdown content can be obtained by appending a '.md' suffix to the content URLs listed in the sitemap (without the trailing slash).

# คุณสมบัติสินค้า สร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ดีกว่าด้วยคุณสมบัติสินค้าบนร้านค้าออนไลน์ของคุณ

![](https://storage.crisp.chat/users/helpdesk/website/-/1/4/e/7/14e70c59388c7000/image_1miy8xg.png)


### ฟีเจอร์ "คุณสมบัติสินค้า" ช่วยให้ร้านค้าสามารถสร้างและจัดการคุณสมบัติต่าง ๆ ของสินค้าได้ ฟีเจอร์นี้ช่วยในการจัดระเบียบสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและเพิ่มประสบการณ์การช้อปปิ้งของลูกค้าโดยการเปิดใช้งานการกรองและการค้นหาขั้นสูงในหน้าหมวดหมู่สินค้าบนเว็บไซต์ร้านค้าของคุณ

![ตัวอย่างการกรองสินค้าด้วยคุณสมบัติสินค้าในหน้าหมวดหมู่](https://storage.crisp.chat/users/helpdesk/website/14e70c59388c7000/product-features1_168xp1o.png)

### :: ทำไมเราอยากให้คุณสนใจ

###### ประโยชน์ต่อร้านค้า
1. **เพิ่มการมองเห็นและการค้นหาสินค้า**: ฟีเจอร์คุณสมบัติสินค้าช่วยให้ลูกค้าสามารถค้นหาสินค้าได้ง่ายและรวดเร็วผ่านการกรองตามคุณสมบัติที่ชัดเจน เช่น ขนาด สี วัสดุ ซึ่งทำให้ลูกค้าพบสินค้าที่ต้องการได้อย่างตรงจุด
2. **ปรับปรุงการจัดการสินค้า**: ฟีเจอร์นี้ช่วยให้การจัดระเบียบสินค้าในร้านค้าออนไลน์เป็นระบบระเบียบมากขึ้น ทำให้การจัดการสินค้ามีประสิทธิภาพและง่ายต่อการบริหารจัดการ
3. **เพิ่มประสิทธิภาพ SEO**: คำอธิบายและหมวดหมู่สินค้าที่ชัดเจนช่วยให้ Search engine สามารถ Index และจัดอันดับสินค้าของร้านค้าได้ดียิ่งขึ้น ส่งผลให้การมองเห็นสินค้าบนโลกออนไลน์เพิ่มขึ้น
4. **โอกาสในการโปรโมท**: ร้านค้าสามารถใช้ฟีเจอร์นี้ในการโปรโมทสินค้าหรือจัดโปรโมชั่นเฉพาะเจาะจงได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การโปรโมทสินค้าที่มีคุณสมบัติพิเศษหรือสินค้าที่อยู่ในแคมเปญเฉพาะ

###### ประโยชน์ต่อลูกค้า:
1. **การนำทางที่ง่ายขึ้น**: ลูกค้าสามารถใช้ตัวกรองคุณสมบัติสินค้าในการค้นหาสินค้าที่ต้องการได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ลดเวลาในการค้นหาและเพิ่มความพึงพอใจในการช้อปปิ้ง
2. **ประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ดีขึ้น**: ด้วยข้อมูลสินค้าที่ละเอียดและครบถ้วนตามคุณสมบัติที่ลูกค้าต้องการ เช่น ขนาด สี วัสดุ ลูกค้าจึงสามารถตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้นและมีความมั่นใจในสินค้ามากขึ้น
3. **ความสะดวกในการเลือกสินค้า**: ลูกค้าสามารถเลือกสินค้าที่ตรงกับความต้องการได้โดยง่ายผ่านการกรองและการค้นหาที่มีประสิทธิภาพ ทำให้การช้อปปิ้งเป็นประสบการณ์ที่สนุกและไม่ยุ่งยาก

### :: ทำไมคุณควรเริ่มเปิดใช้ฟีเจอร์ "คุณสมบัติสินค้า" ตอนนี้

"คุณสมบัติสินค้า" ไม่เพียงช่วยให้การจัดการสินค้าของคุณเป็นระเบียบและง่ายขึ้น แต่ยังเพิ่มการมองเห็นและการค้นหาสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยปรับปรุงประสบการณ์การช้อปปิ้งของลูกค้าและเพิ่มประสิทธิภาพ SEO ของร้านค้าออนไลน์ของคุณ การตั้งค่าและใช้งานทำได้ง่ายและรวดเร็ว ทำให้คุณสามารถเริ่มเห็นผลประโยชน์ได้ทันที อย่ารอช้า เริ่มใช้ฟีเจอร์นี้เพื่อเพิ่มยอดขายและทำให้ร้านค้าของคุณโดดเด่นกว่าคู่แข่ง!

### :: วิธีการตั้งค่าและใช้งานคุณสมบัติสินค้า

###### 1. สร้างคุณสมบัติสินค้า และกำหนดตัวเลือกให้กับแต่ละคุณสมบัติ

![](https://storage.crisp.chat/users/helpdesk/website/14e70c59388c7000/product-features3_kf5t7h.png)
* ไปที่เมนู "คุณสมบัติสินค้า" ภายใต้แท็บเมนู "สินค้า > ส่วนเสริมสินค้า"
* คลิกปุ่ม "+ เพิ่มคุณสมบัติ" ระบุ "ชื่อคุณสมบัติสินค้า" สำหรับการจัดการภายในร้านค้า และ "ชื่อหัวข้อแสดงหน้าร้าน" สำหรับการแสดงผลให้ลูกค้าเห็น จากนั้น คลิก "บันทึก"
* ระบบจะพาไปยังหน้าจัดการคุณสมบัติสินค้า ที่ ๆ คุณสามารถเพิ่มตัวเลือกคุณสมบัติสินค้าใหม่, จัดเรียง, หรือแก้ไขตัวเลือกเดิม คุณสามารถเพิ่มไอคอนให้กับแต่ละตัวเลือกโดยใช้ภาพ JPG หรือ PNG (ขนาด 50 x 50 พิกเซล) เพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้กับสินค้า

###### 2. สร้างเทมเพลตคุณสมบัติ และเพิ่มคุณสมบัติสินค้าที่ต้องการในเทมเพลต

![](https://storage.crisp.chat/users/helpdesk/website/14e70c59388c7000/product-features2_1rsso02.png)
* ไปที่เมนู "เทมเพลตคุณสมบัติ" และคลิก "+ เพิ่มเทมเพลตคุณสมบัติ" ระบุ "ชื่อเทมเพลต" สำหรับการจัดการภายในร้านค้า และ "ชื่อหัวข้อแสดงหน้าร้าน" สำหรับการแสดงผลให้ลูกค้าเห็น จากนั้น คลิก "บันทึก"
*  ระบบจะพาไปยังหน้าจัดการเทมเพลตคุณสมบัติ ที่ ๆ คุณสามารถกด "+ เพิ่มคุณสมบัติสินค้าเข้าเทมเพลต" เพื่อเพิ่มคุณสมบัติสินค้าที่ต้องการในเทมเพลต เทมเพลตหนึ่งสามารถมีคุณสมบัติสินค้าได้มากถึง 50 รายการ
* คลิกปุ่ม "บันทึก" เมื่อคุณเพิ่มคุณสมบัติที่ต้องการลงเทมเพลตเรียบร้อยแล้ว

###### 3. กำหนดเทมเพลตคุณสมบัติให้กับหมวดหมู่สินค้า

![](https://storage.crisp.chat/users/helpdesk/website/14e70c59388c7000/product-features4_1u55xxq.png)
* ไปที่หน้าหมวดหมู่สินค้าและเลือกหมวดหมู่ที่ต้องการ
* เลือกแท็บ "กำหนดเงื่อนไขการกรองสินค้า"
* ในส่วน "เทมเพลตคุณสมบัติ" เลือกเทมเพลตที่ต้องการจากเมนูดรอปดาวน์ (หมวดหมู่สินค้าสามารถเลือกใช้งานได้ 1 เทมเพลตคุณสมบัติ)
* เลือกคุณสมบัติสินค้าที่ต้องการแสดงในหมวดหมู่นั้น ๆ โดยการติ๊กที่ช่องเลือก เช่น ประเภท และ สลัด
* หากต้องการเปิดใช้งานการค้นหาตามแบรนด์ ให้เลือก "ค้นหาจากแบรนด์" และเลือกแบรนด์ที่ต้องการให้แสดง
* ตัวอย่างการกรองจะแสดงตัวอย่างวิธีการกรองตามช่วงราคาและแบรนด์ที่เลือก

###### 4. กำหนดเทมเพลตคุณสมบัติให้กับสินค้าแต่ละรายการและเลือกตัวเลือกคุณสมบัติที่เหมาะสม

![](https://storage.crisp.chat/users/helpdesk/website/14e70c59388c7000/product-features5_hr81ol.png)
* ไปที่สินค้าที่ต้องการจากหน้า "สินค้า > จัดการสินค้า"
* ทำเครื่องหมายที่เมนู "เปิดใช้งานคุณสมบัติสินค้า" (เหนือช่องรายละเอียดสินค้าในแท็บรายละเอียดสินค้า)
* คลิกปุ่ม "+ เพิ่มเทมเพลตคุณสมบัติ" เพื่อเลือกเทมเพลตที่ต้องการ (แต่ละสินค้าสามารถเลือกใช้งานได้สูงสุด 3 เทมเพลต)
* เลือกตัวเลือกคุณสมบัติที่ต้องการ โดยคุณสามารถระบุได้มากกว่า 1 ตัวเลือกในแต่ละคุณสมบัติ
* คุณสามารถคลิกที่ "แก้ไขตัวเลือก" หากไม่พบตัวเลือกที่ต้องการในคุณสมบัติสินค้า
* บันทึกการตั้งค่าเมื่อทำการเลือกและกำหนดค่าทั้งหมดเสร็จสิ้น

### :: Best practices สำหรับการใช้คุณสมบัติสินค้า

1. **จัดกลุ่มคุณสมบัติอย่างเป็นระบบ**: จัดกลุ่มคุณสมบัติที่คล้ายกันเข้าด้วยกันเพื่อให้ง่ายต่อการกรองสินค้าของลูกค้า
2. **ใช้ชื่อคุณสมบัติที่อธิบายได้ชัดเจน**: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าชื่อคุณสมบัติมีความชัดเจน
3. **จำกัดจำนวนคุณสมบัติ**: เลือกคุณสมบัติที่เกี่ยวข้องมากที่สุดสำหรับแต่ละหมวดหมู่เพื่อไม่ให้ลูกค้ามีตัวเลือกมากเกินไป
4. **เน้นคุณสมบัติที่เป็นที่นิยม**: ใช้แบนเนอร์ หรือ Blog เพื่อโปรโมทคุณสมบัติที่เป็นที่นิยม
5. **อัปเดตค่าคุณสมบัติเป็นประจำ**: รักษาค่าคุณสมบัติให้ทันสมัย เพื่อสะท้อนสินค้าที่เข้ามาใหม่และการเปลี่ยนแปลงในสายการผลิต
6. **สร้างเทมเพลตคุณสมบัติสำหรับแคมเปญเฉพาะ**: พัฒนาเทมเพลตคุณสมบัติที่ปรับให้เข้ากับแคมเปญการตลาดหรือการทำโฆษณา

### :: ตัวอย่างการใช้งานคุณสมบัติสินค้า

1. **ร้านขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์**
* **คุณสมบัติสินค้า**: แบรนด์, ประเภท (สมาร์ทโฟน, แล็ปท็อป, แท็บเล็ต), ระบบปฏิบัติการ, ความจุ, สี
* **การใช้งาน**: ลูกค้าสามารถกรองตามแบรนด์ (เช่น Apple, Samsung), ประเภท (เช่น สมาร์ทโฟน), และคุณสมบัติเฉพาะ (เช่น ความจุ 128GB, ระบบปฏิบัติการ iOS)

2. **ร้านเสื้อผ้า**
* **คุณสมบัติสินค้า**: ขนาด, สี, วัสดุ, สไตล์ (ลำลอง, ทางการ, ชุดกีฬา), ฤดูกาล
* **การใช้งาน**: ลูกค้าที่มองหาเสื้อผ้าสำหรับฤดูร้อนสามารถกรองตามวัสดุ (เช่น ผ้าฝ้าย, ผ้าลินิน) และสไตล์ (เช่น ลำลอง)

3. **ร้านขายของชำ**
* **คุณสมบัติสินค้า**: แบรนด์, ประเภท (ผัก, ผลไม้, ผลิตภัณฑ์นม), ออร์แกนิค, ปราศจากกลูเตน, มังสวิรัติ
* **การใช้งาน**: ลูกค้าที่ใส่ใจสุขภาพสามารถกรองตามคุณสมบัติ เช่น ออร์แกนิค, ปราศจากกลูเตน, มังสวิรัติ เพื่อหาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม

4. **ร้านเสริมสวย**
* **คุณสมบัติสินค้า**: แบรนด์, ประเภท (ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว, เครื่องสำอาง, ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม), ประเภทผิว, ส่วนผสม (ปราศจากพาราเบน, ธรรมชาติ), เฉดสี
* **การใช้งาน**: ลูกค้าที่มีผิวแพ้ง่ายสามารถกรองตามประเภทผิวและส่วนผสมเพื่อหาผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่เหมาะสม

5. **ร้านเฟอร์นิเจอร์**
* **คุณสมบัติสินค้า**: แบรนด์, ประเภท (โซฟา, โต๊ะ, เก้าอี้), วัสดุ (ไม้, โลหะ, ผ้า), สี, สไตล์ (โมเดิร์น, ดั้งเดิม)
* **การใช้งาน**: ลูกค้าที่ตกแต่งห้องนั่งเล่นใหม่สามารถกรองตามประเภท (เช่น โซฟา), วัสดุ (เช่น ผ้า), และสไตล์ (เช่น โมเดิร์น)